|
# |
ผู้สนับสนุน |
จำนวนที่รับ |
|
1
|
-ทำงานอยู่ที่บ้าน
|
30
|
|
2
|
-ไม่กระทบงานประจำ ไม่จำกัดวุฒิ ใช้เวลา2-3ชม/วันรายได้5000-30000บาท/เดือน
|
20
|
อัพเดทข้อมูล หางาน สมัครงาน ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่นี่ที่เดียว กรุณากรอก E-mail ของท่าน
ช่องกรอกชื่อ
ช่องกรอกอีเมล
กรมการขนส่งทางบก รับ ช่างตรวจสภาพรถ 1 |
ตำแหน่งงาน   |
|
รับสมัครโดย  |
|
รายละเอียดงาน  |
ด้วย ก.พ.
ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง
บุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งช่างตรวจสภาพรถ
1 ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.
ที่ นร 1004.2/2550 ลงวันที่
1 เมษายน 2551 ฉะนั้น
โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา
53 มาตรา 131 และมาตรา 132
แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ.2551 ประกอบกับข้อ 5
ของหนังสือสำนักงาน ก.พ.
ที่ นร 0708.4/ว 15 ลงวันที่
9 กันยายน 2535 เรื่อง
หลักสูตร
วิธีการสอบแข่งขัน
และวิธีดำเนินการสอบแข่งขัน
เกณฑ์การตัดสิน
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
การนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้
ในตำแหน่งอื่น
และการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
และหนังสือสำนักงาน ก.พ.
ที่ นร 0708.4/ว 10 ลงวันที่
20 พฤษภาคม 2539 เรื่อง
การแก้ไขเพิ่มเติมหลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันฯ
จึงประกาศรับสมัคร
สอบแข่งขันฯ ดังต่อไปนี้
1.
ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
และเงินเดือนที่จะได้รับ
- ตำแหน่งช่างตรวจสภาพรถ 1
- เงินเดือน 5,760 บาท
หรือตามที่ ก.พ. กำหนด
และได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวฯ
ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
พ.ศ.2551 จำนวน 2,440 บาท
- บรรจุครั้งแรก 2 ตำแหน่ง
ในส่วนภูมิภาค
-
ลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ
มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินการควบคุม
ดูแลและปฏิบัติงานเกี่ยวกับการ
ตรวจสอบรถ การตรวจสภาพรถ
ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก
กฎหมายว่าด้วยรถยนต์
พิจารณา
คำขอตรวจสภาพรถนอกสถานที่หรือนอกเวลาราชการ
พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนลักษณะรถ
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของรถหรือส่วนควบ
ตรวจสอบหรือตรวจพิสูจน์เบื้องต้นเกี่ยวกับความ
ถูกต้องของรถในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถหรือเลขเครื่องยนต์
ไปเป็นพยานศาลในกรณีที่มีการโต้แย้ง
เกี่ยวกับความถูกต้องของตัวรถ
การจัดทำทะเบียนประวัติและรายงานสถิติการตรวจสภาพรถ
รวมทั้ง
ควบคุมดูแลการใช้และบำรุงรักษาเครื่องตรวจสภาพรถให้เป็นไปอย่างถูกต้องและถูกวิธี
และปฏิบัติงาน
อื่นที่เกี่ยวกับการตรวจสภาพรถ
2.
คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้สมัครสอบ
2.1
ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา
36 แห่ง
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ.2551 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี
(3)เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1)
เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการทางการเมือง
(2)เป็นคนไร้ความสามารถ
คนเสมือนไร้ความสามารถ
คนวิกลจริตหรือ
จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ
ก.พ.
(3)
เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ
หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(4)
เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5)
เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง
หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7)
เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำ
ความผิดทางอาญา
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ
(8)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก
ปลดออก หรือไล่ออก
จากรัฐวิสาหกิจหรือ
หน่วยงานอื่นของรัฐ
(9)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก
หรือปลดออก
เพราะกระทำผิดวินัยตาม
พระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(10)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก
เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
หรือกฎหมายอื่น
(11)เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ
หรือเข้าปฏิบัติงาน
ในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม
ข. (4) (6)
(7) (8) (9) (10) หรือ (11)
ก.พ.อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้
แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม
(8) หรือ (9)
ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว
และในกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม
(10)
ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว
และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือ
ออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
มติของ ก.พ.
ในการยกเว้นดังกล่าวต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า
สี่ในห้าของจำนวนกรรมการที่มาประชุม
การลงมติให้กระทำโดยลับ
สำหรับพระภิกษุหรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้า
สอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
ทั้งนี้
ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหารที่
นว
89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501
และตามความในข้อ 5
ของคำสั่งมหาเถรสมาคม
ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538
2.2
ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ดังนี้
ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพ
หรือเทียบเท่า
ทางช่างเครื่องยนต์
หรือประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
(วิชาอาชีพ 2) ทางช่างยนต์
3. การรับสมัครสอบ
3.1 ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ
สมัครได้ทางอินเตอร์เน็ต
ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2551
ถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2551 ตลอด
24 ชั่วโมง
ไม่เว้นวันหยุดราชการ
โดยมีขั้นตอน ดังนี้
3.1.1
เข้าไปที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก
http://www.dlt.go.th หัวข้อ
รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งช่างตรวจสภาพรถ
1 หรือ
http://job2. dlt.go.th
3.1.2
กรอกข้อความในใบสมัครให้ถูกต้องและครบถ้วน
และปฏิบัติตามขั้นตอน
ที่กำหนด
ระบบจะออกเลขประจำตัวสอบและแบบฟอร์มการชำระเงินผ่านเคาร์เตอร์
บมจ.ธนาคารกรุงไทย
ให้โดยอัตโนมัติ
3.1.3
ให้พิมพ์ใบสมัครและแบบฟอร์มการชำระเงินลงในกระดาษขนาด
A4 จำนวน
2 แผ่น
หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้น
ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ
File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล
เช่น Diskette เป็นต้น
เพื่อนำไปพิมพ์ในภายหลัง
ในกรณีที่ไม่สามารถพิมพ์ใบสมัครหรือบันทึกข้อมูลได้
ผู้สมัครสอบสามารถเข้าไปค้นหา
ใบสมัครและพิมพ์ใบสมัครหรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก
แต่ไม่สามารถแก้ไขข้อมูล
ในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้
3.2 นำแบบฟอร์มการชำระเงิน
(ตามข้อ 3.1.3)
ไปชำระเงินเฉพาะที่เคาน์เตอร์
บจม.
ธนาคารกรุงไทย
ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2551
ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2551
ภายในวันและเวลาทำการของธนาคาร
และให้เก็บหลักฐานการชำระเงินไว้เป็นหลักฐานด้วย
ทั้งนี้
การสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์เมื่อชำระค่าธรรมเนียมการสอบภายในวันและเวลาที่กำหนด
3.3
ผู้สมัครสอบต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ
จำนวน 80 บาท ประกอบด้วย
3.3.1 ค่าธรรมเนียมสอบ จำนวน
50 บาท
3.3.2
ค่าธรรมเนียมธนาคารและค่าบริการทางอินเตอร์เน็ต
(Internet) จำนวน 30 บาท
(อัตราเดียวทั่วประเทศ)
เมื่อสมัครสอบและชำระค่าธรรมเนียมสอบแล้วจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใด
ๆ ทั้งสิ้น
4. เงื่อนไขในการรับสมัคร
4.1ผู้สมัครสอบสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
4.2
ผู้สมัครสอบต้องมีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามประกาศ
รับสมัครสอบแข่งขันฯ
โดยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร
คือวันที่ 28 ตุลาคม 2551
ทั้งนี้การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษาใด
จะถือตามกฎหมาย กฎ
หรือระเบียบ
เกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษาเป็นเกณฑ์
4.3
ในการสมัครสอบตามขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น
ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อ
และรับรองความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. 2544
ดังนั้น
หากผู้สมัครสอบจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ
อาจมีความผิดแจ้งความเท็จต่อพนักงานตามประมวล
กฎหมายอาญามาตรา 137
4.4
ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป
และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครสอบโดยผู้สมัครสอบจะต้องกรอกรายละเอียด
ต่าง ๆ
ในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง
ในกรณีที่เลขประจำตัวประชาชน
ที่ใช้ในการสมัคร
สอบไม่ตรงกับหลักฐานการแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ
จะไม่อนุญาตให้เข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด
ยกเว้นในกรณี
ชื่อ นามสกุล
ของผู้สมัครสอบไม่ตรงกับข้อมูลหลักฐานการแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ
ผู้สมัครสอบต้องมี
หลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ไปยืนยัน
มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิเข้าห้องสอบ
5.
การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
วัน เวลา สถานที่สอบ
ระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
กรมการขนส่งทางบกจะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบให้ทราบในวันที่
1 ธันวาคม 2551
ณ อาคาร 1 ชั้น 2
กองการเจ้าหน้าที่
ทางเว็บไซต์ http://job2.dlt.go.th และ
http://www.dlt.go.th/hr
6.
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันฯ
มี 3 ภาค ดังนี้
6.1
ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน
ทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไป
ดังต่อไปนี้
โดยวิธีสอบข้อเขียน
(1) วิชาความสามารถทั่วไป
(คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
1.1ความสามารถในการสรุปเหตุผลเกี่ยวกับตัวเลขและข้อมูลต่าง
ๆ
1.2ความสามารถทางภาษาในการคิดวิเคราะห์และสรุปเหตุผลซึ่งประกอบด้วย
การอุปมาอุปไมย
การสรุปเหตุผล
และการหาความสัมพันธ์ของคำหรือข้อความ
(2) วิชาภาษาไทย คะแนนเต็ม 100
คะแนน
2.1 ความเข้าใจภาษา
การอ่านและทำความเข้าใจกับบทความหรือข้อความที่กำหนดให้
แล้วตอบ
คำถามที่ตามมาในแต่ละบทความหรือข้อความ
ทั้งนี้
รวมไปถึงการสรุปความและตีความด้วย
2.2 การใช้ภาษา
2.2.1
การเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ
2.2.2
การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา
2.2.3 การเรียงข้อความ
6.2
ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
(ภาค ข.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน
ทดสอบความรู้ความสามารถ
โดยวิธีสอบข้อเขียน
ดังต่อไปนี้
(1)
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับรถยนต์ขนาดใหญ่
(2)
ความรู้เกี่ยวกับลักษณะรถที่ใช้ในทางธุรกิจการขนส่ง
(3)
วิวัฒนาการในด้านยานยนต์ของรถขนาดใหญ่ในปัจจุบัน
(4)
แนวคิดในการทำงานในตำแหน่งช่างตรวจสภาพรถ
1
(5)
รถในความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบกและความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ
การตรวจสภาพรถ
(6) ความรู้ทางช่างยนต์
สำหรับรถใช้ก๊าซ LPG และ CNG
(7)
ความรู้ด้านช่างตามหลักสูตร
ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์
6.3
ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
(ภาค ค.) คะแนนเต็ม 100 คะแนน
จะประเมินผู้เข้าสอบเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่
จากประวัติส่วนตัว
ประวัติการศึกษา
ประวัติการทำงานและพฤติกรรมที่ปรากฏทางอื่นของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์
เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง
ๆ เช่น
ความรู้ที่อาจใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่
และความรู้ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
ความสามารถ ประสบการณ์
ท่วงทีวาจา อุปนิสัย
อารมณ์ ทัศนคติ
จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน
คุณธรรมจริยธรรม
การปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานทั้งสังคม
สิ่งแวดล้อม
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ปฏิภาณไหวพริบและบุคลิกภาพอย่างอื่น
เป็นต้น
ทั้งนี้
จะทดสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.)
และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
(ภาค ข.) ก่อน
และเมื่อสอบผ่านทั้งสองภาคแล้ว
จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสม
กับตำแหน่ง (ภาค ค.)
7.
หลักฐานที่ต้องนำไปในวันสอบ
ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.)
และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
(ภาค ข.)
7.1 บัตรประจำตัวประชาชน
หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่าย
และเลขประจำตัวประชาชน 13
หลัก ระบุชัดเจนเท่านั้น
7.2
ใบสมัครสอบที่พิมพ์จากอินเตอร์เน็ต
ตามข้อ 3.1.3
7.3
สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน
(Transcript of Records)
ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิ
การศึกษาตรงกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบ
จำนวน 2 ฉบับ ทั้งนี้
ผู้ที่จะถือว่าสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นประกาศนียบัตรของสถานศึกษาใดนั้น
จะถือตามกฎหมาย กฎ
หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตาม
หลักสูตรของสถานศึกษานั้น
ๆ เป็นเกณฑ์
โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ
ของสถานศึกษานั้น ๆ
ภายในวันปิดรับสมัครสอบ
คือวันที่ 28 ตุลาคม 2551
7.4
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
หรือสำเนา
ทะเบียนบ้าน
อย่างใดอย่างหนึ่ง จำนวน 1
ฉบับ
7.5 สำเนาหลักฐานอื่นๆ
ในกรณีหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน
เช่น ใบทะเบียนสมรส
(เฉพาะผู้สมัครเพศหญิง)
ใบเปลี่ยนชื่อ สกุล
(ในกรณีที่เปลี่ยนชื่อ
สกุล ) จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
7.6
ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน
1 เดือน
และแสดงว่าไม่เป็นโรคที่ต้องห้ามตามกฎ
ก.พ. ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2535)
ซึ่งได้แก่
- โรคเรื้อนในระยะติดต่อ
หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- วัณโรคในระยะอันตราย
-
โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- โรคติดยาเสพติด
- โรคพิษสุราเรื้อรัง
7.7
หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชา
ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
52
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ.2535
อนุญาตให้สมัครสอบแข่งขันได้
ในกรณีที่ผู้สมัคร
สอบเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
และประสงค์จะสมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งที่มีระดับไม่สูงกว่าตำแหน่ง
ที่ ผู้สมัครสอบดำรงอยู่
และใช้คุณวุฒิเช่นเดียวกันกับตำแหน่งที่ผู้สมัครสอบดำรงอยู่
(ต้องได้รับอนุญาตจาก
ผู้บังคับบัญชาก่อนวันรับสมัครสอบ
หรือในวันสมัครสอบ)
ทั้งนี้
ในสำเนาหลักฐานทุกฉบับ
ให้ผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองว่า
สำเนาถูกต้อง
และลงลายมือชื่อ วัน
เดือน ปี
พร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวสอบ
ไว้ที่มุมบนด้านขวาของเอกสารทุกฉบับ
เอกสารหลักฐานตั้งแต่ข้อ
7.2 7.7
ให้นำใส่ซองสีน้ำตาลขนาด
A4 (9 x 12 นิ้ว) ปิดผนึก
พร้อมทั้งเขียนเลขประจำตัวสอบ
และชื่อ นามสกุล
ที่หน้าซองไว้ด้วย
อนึ่ง
กรณีที่ตรวจสอบพบภายหลังว่าเอกสารหลักฐานการสมัครสอบ
หรือมีคุณสมบัติ
การสมัครสอบไม่ถูกต้อง
หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ
กรมการขนส่งทางบกจะถือว่าผู้สมัครสอบ
เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้ตั้งแต่ต้น
และจะไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง
หรือเรียกร้อง
ใด ๆ ทั้งสิ้น
8. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้จะต้องเป็นผู้ที่สอบได้คะแนนในแต่ละภาคตามหลักสูตร
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
ในการสอบครั้งนี้
คณะกรรมการจะ
ตรวจข้อสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.)
ก่อน
แล้วจึงตรวจข้อสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
(ภาค ข.)
เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนในภาค
ความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
9.
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
9.1
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จะเรียงลำดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมทุกภาคสูงลงมา
ตามลำดับ
ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน
จะให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับสูงกว่า
ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งเท่ากัน
ให้ผู้ได้คะแนนภาค
ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
ถ้าได้คะแนนความรู้ความสามารถ
ที่ใช้เฉพาะตำแหน่งเท่ากัน
ให้ผู้ได้คะแนนวิชาภาษาไทยในภาคความรู้ความสามารถทั่วไปมากกว่าเป็นผู้อยู่
ในลำดับที่สูงกว่า
ถ้ายังคงได้คะแนนเท่ากันอีก
ก็ให้ผู้ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
9.2
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
จะขึ้นบัญชีไว้ไม่เกิน 2
ปี
นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี
แต่ถ้า
มีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีก
และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว
บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้
เป็นอันยกเลิก
10. การบรรจุและแต่งตั้ง
10.1 ผู้สอบแข่งขันได้
จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
โดยได้รับเงินเดือน 5,760
บาท หรือตามที่ ก.พ.กำหนด
และได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวฯ
ตามระเบียบ
กระทรวงการคลัง พ.ศ.2551
จำนวน 2,440 บาท
10.2
กรมการขนส่งทางบกไม่รับโอนผู้สอบแข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐ
ทุกประเภท ไม่ว่ากรณีใด ๆ
ทั้งสิ้น
11.
การนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่น
กรณีที่มีเหตุผลสมควร ก.พ.
อาจพิจารณามีมติให้องค์กรหรือส่วนราชการใด
นำรายชื่อผู้
สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งช่างตรวจสภาพรถ
1 ในการสอบครั้งนี้
ไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่ง
อื่นได้
ซึ่งการนำรายชื่อไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นนี้
ให้ถือว่าเป็นการสอบครั้งเดียวกัน
กับ การสอบครั้งนี้
โดยผู้สอบแข่งขันได้มีสิทธิที่จะรับการบรรจุได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ประกาศ ณ วันที่ 25 สิงหาคม
พ.ศ. 2551
(นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ)
รองอธิบดี
รักษาราชการแทน
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก |
คุณสมบัติผู้สมัครงาน  |
|
วิธีสมัครงาน  |
http://job2.dlt.go.th/rubsamak.pdf |
ติดต่อ  |
http://job2.dlt.go.th/ |
สถานที่ทำงาน  |
ตำแหน่งงานอื่น ๆ |
ตำแหน่งงาน |
รับสมัครโดย |
|
 
คำค้นยอดนิยม งานรัฐวิสาหกิจ.net
|
|
Copyright © 2012 http://www.งานรัฐวิสาหกิจ.net/
|