|
# |
ผู้สนับสนุน |
จำนวนที่รับ |
|
1
|
-ทำงานอยู่ที่บ้าน
|
30
|
|
2
|
-ไม่กระทบงานประจำ ไม่จำกัดวุฒิ ใช้เวลา2-3ชม/วันรายได้5000-30000บาท/เดือน
|
20
|
อัพเดทข้อมูล หางาน สมัครงาน ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่นี่ที่เดียว กรุณากรอก E-mail ของท่าน
ช่องกรอกชื่อ
ช่องกรอกอีเมล
กรมคุมประพฤติ รับ พนักงานคุมประพฤติปฏิบัติการ |
ตำแหน่งงาน   |
|
รับสมัครโดย  |
|
รายละเอียดงาน  |
(ด้วย
กรมคุมประพฤติจะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง
พนักงานคุมประพฤติปฏิบัติการ
ฉะนั้นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา
53
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
และหนังสือสำนักงาน ก.พ.
ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่ 11
ธันวาคม 2551
เรื่อง หลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
จึงประกาศรับสมัคร
สอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในสังกัดกรมคุมประพฤติ
ดังนี้
1.
ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
และเงินเดือนที่จะได้รับ
1.1
ตำแหน่งพนักงานคุมประพฤติปฏิบัติการ
1.2 อัตราเงินเดือน 7,940 บาท
หรือตามที่ ก.พ. กำหนด
2.
จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก
60 ตำแหน่ง
3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น
ที่ต้องใช้ความรู้
ความสามารถทางวิชาการ
ในการทำงาน
ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานคุมประพฤติ
ภายใต้การกำกับ แนะนำ
ตรวจสอบ
และปฏิบัติงานอื่น
ตามที่ได้รับมอบหมาย
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง
ๆ ดังนี้
3.1 ด้านการปฏิบัติการ
(1) แสวงหา
รวบรวมข้อเท็จจริง
วิเคราะห์ ประเมิน
จัดทำรายงานเกี่ยวกับผู้กระทำ
ผิดเสนอผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในชั้นก่อนฟ้อง
ชั้นพิจารณาคดีของศาล
และภายหลังที่ศาลมีคำ
พิพากษา
เพื่อประกอบดุลยพินิจในการพิจารณาสั่งการตามความเหมาะสม
(2) ควบคุม ดูแล ติดตาม
ให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้กระทำผิดในชั้นก่อนฟ้อง
ชั้น
พิจารณาคดีของศาลและภายหลังที่ศาลมีคำพิพากษา
เพื่อให้ผู้กระทำผิดปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งของผู้มี
อำนาจตามกฎหมาย
(3) วิเคราะห์ จำแนก วางแผน
แก้ไขฟื้นฟู ช่วยเหลือ
สงเคราะห์และจัดให้ผู้กระทำ
ผิดทำงานบริการสังคม
เพื่อให้สามารถกลับตนเป็นคนดี
(4)
จัดทำรายงานผลการดำเนินการ
ตามข้อ (2) และ (3)
เพื่อเสนอผู้มีอำนาจตาม
กฎหมาย
(5) ส่งเสริม
สนับสนุนและประสานงานให้ครอบครัว
ชุมชนและภาคประชาสังคม
เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล
ช่วยเหลือให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำผิด
เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
(6)
เสริมสร้างเครือข่ายภาคประชาชนและภาคประชาสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมใน
ภารกิจของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม
เพื่อคุ้มครองป้องกันสังคมจากอาชญากรรม
(7)
จัดให้มีการประชุมหรือวิธีการอื่นใดเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่าง
ผู้กระทำผิด เหยื่อ
และชุมชน ตามความเหมาะสม
(8) รวบรวมข้อมูล
ร่วมศึกษาวิเคราะห์
วิจัยและพัฒนางานตามภารกิจที่
รับผิดชอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน
(9)
ตอบข้อหารือตามแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้ชัดเจนในงานที่รับผิดชอบ
(10) รวบรวม สรุป วิเคราะห์
และทำความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงาน
ในความรับผิดชอบ
เพื่อจัดทำรายงานเสนอผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง
(11)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
3.2 ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงาน
หรือโครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
3.3 ด้านการประสานงาน
(1)
ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน
เพื่อให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้
(2)
ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล
ข้อเท็จจริง
แก่บุคคลหรือหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
3.4 ด้านการบริการ
ให้คำปรึกษา แนะนำ
ตอบข้อหารือแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับบริการในงานคดีอาญา
คดี
ครอบครัว
และงานกำกับการปกครอง
เพื่อให้ความรู้
ความเข้าใจแก่ผู้สนใจหรือผู้รับบริการ
ลักษณะพิเศษของงานที่ปฏิบัติ
ผู้สมัครสอบ
ควรเป็นผู้ที่มีความพร้อมและสามารถไป
ปฏิบัติหน้าที่ราชการในต่างจังหวัดได้
โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง
เนื่องจากต้องปฏิบัติงาน
ที่ไม่น่าอภิรมย์
ตรากตรำ และเสี่ยงอันตราย
4. คุณสมบัติทั่วไป
ลักษณะต้องห้าม
และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
4.1 ผู้สมัครสอบ
ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ตามมาตรา 36
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2)
มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
(3)
เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1)
เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ
คนเสมือนไร้ความสามารถ
คนวิกลจริตหรือ
จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ
ก.พ.
(3)
เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ
หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ตามพระราชบัญญัตินี้
หรือตามกฎหมายอื่น
(4)
เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5)
เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรค
การเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7)
เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำ
ความผิดทางอาญา
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(8)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก
ปลดออก
หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ
หรือ
หน่วยงานอื่นของรัฐ
(9)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก
หรือปลดออก
เพราะกระทำผิดวินัยตาม
พระราชบัญญัตินี้
หรือตามกฎหมายอื่น
(10)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก
เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
หรือตามกฎหมายอื่น
(11)
เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ
หรือเข้าปฏิบัติงาน
ในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม
ข. (4) (6)
(7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ.
อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้
แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม
(8) หรือ (9)
ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว
และในกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม
(10)
ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว
และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือ
ออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร
ทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้า
สอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการได้
ทั้งนี้
ตามหนังสือกรมสารบรรณ
คณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร
ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27
มิถุนายน 2501
และตามความในข้อ 5
ของคำสั่งมหาเถรสมาคม
ลงวันที่
17 มีนาคม 2538
4.2
ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ดังนี้
4.2.1 ผู้สมัครสอบ
จะต้องเป็นผู้ได้รับวุฒิปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้
ในระดับเดียวกันในสาขาวิชา
ดังต่อไปนี้
4.2.1.1
สาขาวิชาสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์
ทางอาชญาวิทยา
ทางกระบวนการยุติธรรม
ทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
4.2.1.2 สาขาวิชานิติศาสตร์
4.2.1.3 สาขาวิชารัฐศาสตร์
ทางการปกครอง
4.2.1.4
สาขาวิชาบริหารรัฐกิจหรือสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
4.2.1.5
สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
4.2.1.6 สาขาวิชาจิตวิทยา
4.2.2 ผู้สมัครสอบ
จะต้องเป็นผู้ที่สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.)ระดับปริญญาตรี ของ
ก.พ.
และมีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค
ก. แล้ว
5. การรับสมัครสอบ
ให้ผู้ประสงค์จะสมัคร
สมัครด้วยตนเอง
ที่เว็บไซต์ http://www.probation.go.th
หรือ
http://job.probation.go.th ตั้งแต่วันที่ 25
มีนาคม 2552-20 เมษายน 2552
ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
ไม่เว้นวันหยุดราชการ
หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ศูนย์บริการร่วม
Call Center โทร 02-4190099 โดยมี
ขั้นตอน ดังนี้
5.1 เข้าไปที่เว็บไซต์
http://www.probation.go.th หรือ http:// job.probation.go.th
หัวข้อ
รับสมัครสอบแข่งขัน
เพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง
พนักงานคุมประพฤติปฏิบัติการ
5.2
กรอกข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน
ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด
ระบบจะ
กำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์
บมจ. ธนาคารกรุงไทย
ให้โดยอัตโนมัติ
5.3
พิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินลงในกระดาษขนาด
A4 จำนวน 1 แผ่นหรือหากไม่มี
เครื่องพิมพ์ในขณะนั้น
ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ
File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล
เช่น Diskette เป็นต้น
ในกรณีไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้
ผู้สมัครสามารถ
เข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน
หรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก
แต่จะไม่สามารถ
แก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้
5.4
นำแบบฟอร์มการชำระเงินไปชำระเงินเฉพาะที่เคาน์เตอร์
บมจ.ธนาคารกรุงไทย
ทุกสาขาทั่วประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2552-21
เมษายน 2552
ภายในเวลาทำการของธนาคาร
การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์
เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว
5.5
ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
จำนวน 230 บาท
ซึ่งประกอบด้วย
5.5.1 ค่าธรรมเนียมสอบ จำนวน
200 บาท
5.5.2
ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเตอร์เน็ต
จำนวน 30 บาท
ค่าธรรมเนียมจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใด
ๆ ทั้งสิ้น
5.6
ผู้สมัครที่ชำระค่าธรรมเนียมสอบแล้ว
จะได้รับเลขประจำตัวสอบ
โดยจะกำหนด
เลขประจำตัวสอบตามลำดับของการชำระค่าธรรมเนียมสอบ
6. เงื่อนไขการสมัครสอบ
6.1 ผู้สมัครสอบ
จะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ของผู้มีสิทธิสมัครสอบในข้อ
4.2
โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ
ภายในวันปิดรับสมัครสอบ
คือวันที่ 20 เมษายน 2552
ทั้งนี้
การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญา
ของสถานศึกษาใด
จะถือตามกฎหมาย กฎ
หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญา
ของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
6.2
การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น
ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรอง
ความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. 2544 ดังนั้น
หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ
อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 137
6.3
ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า
เป็นผู้มี
คุณสมบัติครบถ้วนตรงตามประกาศรับสมัครสอบ
และต้องกรอกรายละเอียดต่าง
ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วน ตรง
ตามความเป็นจริง
ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร
หรือตรวจสอบพบว่าเอกสารหลักฐาน
คุณวุฒิ
ซึ่งผู้สมัครนำมายื่น
ไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบกรมคุมประพฤติ
จะถือว่า
ผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น
และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัคร
สอบ
7.
หลักฐานที่ต้องนำมายื่นในวันสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
(ภาค ค.)
7.1ใบสมัครสอบที่พิมพ์จากอินเตอร์เน็ต
และในใบสมัครที่พิมพ์จากอินเตอร์เน็ต
ให้ติด
รูปถ่ายหน้าตรง
ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ
ซึ่งถ่ายไม่เกิน 1 ปี ขนาด 2
นิ้ว
พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ
ใบสมัคร จำนวน 1 ฉบับ
7.2
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
หรือบัตรอื่นที่
ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่าย
ลายมือชื่อ
และเลขประจำตัวประชาชน 13
หลักระบุชัดเจน จำนวน 1
ฉบับ
7.3 สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน
1 ฉบับ
7.4
สำเนาปริญญาบัตรหรือสำเนาหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ
และ
ระเบียนแสดงผลการเรียน
(Transcript of Record)
ซึ่งแสดงหรือระบุว่าเป็นผู้ได้รับวุฒิปริญญาตรีหรือวุฒิ
อย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์
ทางอาชญาวิทยา
ทางกระบวนการยุติธรรม
ทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
สาขาวิชานิติศาสตร์
สาขาวิชารัฐศาสตร์
ทางการปกครอง
สาขาวิชาบริหารรัฐกิจหรือสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์
ศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยา
จากสถาบันการศึกษา ที่ ก.พ.
รับรอง
โดยระบุวันที่สำเร็จการศึกษาไว้ด้วย
และ
จะต้องสำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัครสอบคือ
วันที่ 20 เมษายน 2552 อย่างละ 2
ฉบับ
7.5
สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.) ของ
ก .พ. ระดับปริญญาตรี จำนวน
2 ฉบับ
7.6 สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น
ใบสำคัญการสมรส
(เฉพาะผู้สมัครสอบเพศหญิง)
ใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล
(ในกรณี ชื่อ-นามสกุล
ในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน)
เป็นต้น อย่างละ 1 ฉบับ
สำเนาเอกสารทุกฉบับ
ให้ผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองว่า
สำเนาถูกต้อง และลงลายมือ
ชื่อ วัน เดือน
ปีพร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวสอบกำกับไว้ที่มุมบนด้านขวา
ของสำเนาเอกสารทุกหน้า
เอกสารหลักฐานตั้งแต่ข้อ
7.1. 7.6
ให้นำใส่ซองสีน้ำตาลขนาด
A4 ปิดผนึกพร้อมทั้ง
เขียนเลขประจำตัวสอบ
และชื่อ นามสกุล
ที่หน้าซองไว้ด้วย
8.
การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
วัน เวลาและสถานที่สอบ
และระเบียบเกี่ยวกับการ
สอบแข่งขัน
กรมคุมประพฤติจะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
กำหนดวัน
เวลาและสถานที่สอบ
ระเบียบและวิธีการสอบ
ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2552
ที่เว็บไซต์ www.probation.go.th หรือ
http://job.probation.go.th
9.
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันฯ
มี 2 ภาค ดังนี้
9.1
ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
(ภาค ข.)(คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
ทดสอบความรู้ ความเข้าใจ
ที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ของตำแหน่งพนักงานคุม
ประพฤติปฏิบัติการ
ดังต่อไปนี้
9.1.1
ความรู้เกี่ยวกับกรมคุมประพฤติ
ได้แก่ วิสัยทัศน์
บทบาทภารกิจ อำนาจ
หน้าที่
กฎหมายที่เกี่ยวข้องและอื่น
ๆ
9.1.2
ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานกฎหมาย
และกฎ ระเบียบที่ใช้ในการ
ปฏิบัติงานคุมประพฤติ
ได้แก่
-
พระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมความประพฤติ
ตามประมวลกฎหมายอาญา
พ.ศ. 2522 ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 56-58 และมาตรา 74-76
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายอาญา (ฉบับที่ 15) พ.ศ.
2545
-
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว
และวิธีพิจารณาคดีเยาวชน
และครอบครัว พ.ศ. 2534
(เฉพาะมาตราเกี่ยวข้องกับการคุมความประพฤติ)
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาล
เยาวชน และครอบครัว
และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543
และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2548
-
พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
พ.ศ. 2545
- พระราชบัญญัติราชทัณฑ์
พ.ศ. 2479 มาตรา 32 (5) (8), 43
กฎกระทรวง
ออกตามความในมาตรา 58
แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์
พ.ศ. 2479 ข้อ 46 ข้อ 91-98 กฎกระทรวง
ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2521)
ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์
พ.ศ. 2479 ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ.
2550)
ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479
-
ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยอาสาสมัครคุมประพฤติ
พ.ศ. 2547
9.1.3
ความรู้เกี่ยวกับอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา
ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการ
ยุติธรรมทางอาญา
ความรู้เกี่ยวกับงานคุมประพฤติ
(งานสืบเสาะและพินิจ
งานควบคุมและสอดส่อง และ
งานกิจกรรมชุมชน ได้แก่
งานบริการสังคม
งานแก้ไขฟื้นฟู
งานสงเคราะห์ผู้กระทำผิด
, งานบริการสังคม
แทนค่าปรับและงานสงเคราะห์ผู้กระทำผิดภายหลังปล่อยฯ
)
9.1.4
ความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาและสังคมสงเคราะห์ที่ใช้ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำ
ผิด
9.1.5
ความรู้เกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟู
สมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
พ.ศ. 2545 (งานตรวจพิสูจน์
งานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด)
9.2
ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
(ภาค ค.) คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติ
ส่วนตัว ประวัติการศึกษา
ประวัติการทำงาน
จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ
และจากการ
สัมภาษณ์ ทั้งนี้
อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติม
เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง
ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้
เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่
ความสามารถ ประสบการณ์
ท่วงทีวาจา อุปนิสัย
อารมณ์ ทัศนคติ
จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน
คุณธรรม จริยธรรม
การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน
รวมทั้งสังคม และ
สิ่งแวดล้อม
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ปฏิภาณไหวพริบและบุคลิกภาพอื่น
เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะ
หลัก
สมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่ง
ทั้งนี้จะทดสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
(ภาค ข.)ก่อนและเมื่อ
สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งแล้วจึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับ
ตำแหน่ง(ภาค ค.)
10. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้
ต้องเป็นผู้ที่สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาคไม่
ต่ำกว่า ร้อยละ 60
11.
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
11.1
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
ให้เรียงลำดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงสุดลง
มาตามลำดับ
ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน
ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
ถ้าได้ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งเท่ากัน
ให้ผู้ได้รับเลขประจำตัวสอบ
ก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
11.2
บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้ใช้ได้ไม่เกิน
2 ปี นับแต่วันขึ้นบัญชี
แต่ถ้ามีการสอบแข่งขัน
อย่างเดียวกันนั้นอีก
และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว
บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก
11.3
กรณีที่ส่วนราชการมีตำแหน่งว่างในตำแหน่งประเภทวิชาการ
ระดับปฏิบัติการ
ซึ่งต้องการบุคคลที่มีวุฒิการศึกษาอย่างเดียวกัน
และมีความรู้ ความสามารถ
ทักษะและสมรรถนะที่เหมือน
หรือใกล้เคียงกันกับตำแหน่งที่ได้มีการสอบแข่งขันและขึ้นบัญชีไว้
ให้ส่วนราชการสามารถนำรายชื่อผู้
สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นได้
12. การบรรจุและแต่งตั้ง
12.1 ผู้สอบแข่งขันได้
จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขัน
ได้
โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิในอัตราที่
ก.พ. กำหนด
12.2
กรมคุมประพฤติจะไม่รับโอนผู้สอบแข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของ
รัฐทุกประเภท
ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
กรมคุมประพฤติ
ดำเนินการสอบแข่งขันด้วยความโปร่งใส
ยุติธรรม และ เสมอภาค
ดังนั้น
หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ท่านได้เข้ารับราชการ
หรือมีพฤติการณ์ในทำนองเดียวกัน
นี้
โปรดอย่าหลงเชื่อและแจ้งให้กรมคุมประพฤติทราบด้วย |
คุณสมบัติผู้สมัครงาน  |
|
วิธีสมัครงาน  |
http://job.probation.go.th |
ติดต่อ  |
247/1 ถนนพรานนก
แขวงบ้านช่างหล่อ
เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 02-4190099 http://www.probation.go.th |
สถานที่ทำงาน  |
ตำแหน่งงานอื่น ๆ |
ตำแหน่งงาน |
รับสมัครโดย |
|
 
คำค้นยอดนิยม งานรัฐวิสาหกิจ.net
|
|
Copyright © 2012 http://www.งานรัฐวิสาหกิจ.net/
|