|
# |
ผู้สนับสนุน |
จำนวนที่รับ |
|
1
|
-ทำงานอยู่ที่บ้าน
|
30
|
|
2
|
-ไม่กระทบงานประจำ ไม่จำกัดวุฒิ ใช้เวลา2-3ชม/วันรายได้5000-30000บาท/เดือน
|
20
|
อัพเดทข้อมูล หางาน สมัครงาน ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่นี่ที่เดียว กรุณากรอก E-mail ของท่าน
ช่องกรอกชื่อ
ช่องกรอกอีเมล
วช. รับ นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ |
ตำแหน่งงาน   |
|
รับสมัครโดย  |
|
รายละเอียดงาน  |
ด้วยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
(วช.)
จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ
ฉะนั้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
53
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 และหนังสือสำนักงาน
ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่ 11
ธันวาคม 2551 เรื่อง
หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขันดังรายละเอียดต่อไปนี้
1.
ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
เงินเดือนที่จะได้รับ
1.1
ตำแหน่งนักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ
1.2 บรรจุครั้งแรก จำนวน 1
อัตรา
สังกัดภารกิจการต่างประเทศ
1.3 อัตราเงินเดือน 7,940 บาท
หรือตามที่ ก.พ. กำหนด
2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น
ที่ต้องใช้ความรู้
ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน
ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานด้านวิเทศสัมพันธ์
ภายใต้การกำกับ แนะนำ
ตรวจสอบ
และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง
ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) ร่าง
โต้ตอบหนังสือเป็นภาษาต่างประเทศ
งานแปลเอกสารภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ
เพื่อใช้ในการติดต่อประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศ
(2) รวบรวมข้อมูล
วิเคราะห์และติดตามประเมินผล
จัดทำบันทึก
สรุปรายงานการประชุมความร่วมมือระหว่างประเทศ
เพื่อนำเสนอผู้บังคับบัญชา
(3)
จัดเตรียมข้อมูลสำหรับการเจรจาความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศ
เพื่อให้การประชุมเจรจาบรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนด
(4) ส่งเสริม สนับสนุน
ดำเนินการเกี่ยวกับทุนการศึกษา
ฝึกอบรม ดูงาน
ผู้เชี่ยวชาญ
วัสดุอุปกรณ์ อาสาสมัคร
องค์การพัฒนาเอกชนและอื่น
ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับงานความร่วมมือ
เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความราบรื่น
2. ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
3. ด้านการประสานงาน
(1)
ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน
เพื่อให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้
(2)
ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล
ข้อเท็จจริง
แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
4. ด้านการบริการ
(1)
เผยแพร่ความรู้ทั่วไปด้านการต่างประเทศแก่ผู้มาติดต่อ
เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีและถูกต้องเผยแพร่ความรู้
ให้คำปรึกษาและชี้แจงตอบปัญหาด้านการต่างประเทศแก่ผู้ที่มาติดต่อเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีและถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย
(2)
รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานด้านต่างประเทศ
เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูล
ลักษณะงานพิเศษที่ปฏิบัติ
1.
ดำเนินการด้านการจัดการทุนอุดหนุนการวิจัยตามโครงการความร่วมมือกับต่างประเทศ
2.
สามารถวิเคราะห์โครงการวิจัยที่สมัครขอรับทุนและขออนุญาตเข้ามาทำการวิจัยในประเทศไทย
3.
ดำเนินการเกี่ยวกับการอนุญาตให้นักวิจัยชาวต่างประเทศเข้ามาทำการวิจัยในประเทศไทย
3. คุณสมบัติทั่วไป
ลักษณะต้องห้าม
และคุณสมบัติเฉพาะของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
3.1
ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา
36
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2)
มีอายุไม่ตํ่ากว่าสิบแปดปี
(3)
เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1)
เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ
คนเสมือนไร้ความสามารถ
คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ
ก.พ.
(3)
เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(4)
เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5)
เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง
หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7)
เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(8)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก
ปลดออก
หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(9)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก
หรือปลดออก
เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี
หรือตามกฎหมายอื่น
(10)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก
เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
หรือตามกฎหมายอื่น
(11)
เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ
หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม
ข. (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ.
อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้
แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม
(8) หรือ (9)
ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว
และในกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม
(10)
ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว
และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
สำหรับพระภิกษุหรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
ทั้งนี้
ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหารที่
นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน
2501 และตามความในข้อ 5
ของคำสั่งมหาเถรสมาคม
ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538
3.2
ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งดังนี้
3.2.1
เป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.) ระดับปริญญาตรี ของ
ก.พ.
และมีหนังสือรับรองผลการสอบ
(ภาค ก.) แล้ว
3.2.2
ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้ได้รับวุฒิปริญญาตรี
หรือวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง
ทางภาษาอังกฤษ
4. การรับสมัครสอบ
4.1 วัน เวลา
และสถานที่รับสมัคร
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครขอและยื่นใบสมัครได้ที่
ส่วนการเจ้าหน้าที่
สำนักอำนวยการกลาง ชั้น 1
อาคารตึก 5 ชั้น 196
ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร
กรุงเทพฯ 10900 ตั้งแต่วันที่
29 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 22
พฤษภาคม 2552
ในวันและเวลาราชการ
ผู้สมัครสอบจะต้องกรอกใบสมัครสอบและเอกสารการรับสมัครสอบด้วยลายมือตัวเองให้ถูกต้องและครบถ้วน
4.2
ผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
จำนวน 200 บาท
ค่าธรรมเนียมสอบจะไม่จ่ายคืนให้เมื่อประกาศรายชื่อว่าเป็นผู้มีสิทธิสอบแล้ว
เว้นแต่มีการยกเลิกการสอบครั้งนี้ทั้งหมด
เนื่องจากมีการทุจริต
หรือส่อไปในทางทุจริตจึงจ่ายคืนค่าธรรมเนียมแก่ผู้สมัครสอบเฉพาะผู้ที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตนั้น
4.3
เอกสารและหลักฐานที่ต้องยื่นในวันสมัคร
ผู้สมัครสอบจะต้องยื่นหลักฐานต่าง
ๆ ดังต่อไปนี้
(1)
รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่ใส่แว่นตาดำ
ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว
ถ่ายครั้งเดียวกันไว้ไม่เกิน
1 ปี จำนวน 3 รูป
(2)
สำเนาปริญญาบัตรหรือสำเนาหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ
และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา
(Transcript of Records)
ที่แสดงว่าเป็นผู้ได้รับวุฒิปริญญาตรี
หรือวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง
ทางภาษาอังกฤษ
จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัครคือวันที่
22 พฤษภาคม 2552
(3)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
หรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ซึ่งมีรูปถ่าย ลายมือชื่อ
เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
ปรากฏชัดเจน จำนวน 1 ฉบับ
(4) สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน
1 ฉบับ
(5) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น
ใบสำคัญการสมรส
(เฉพาะผู้สมัครสอบเพศหญิง)
ใบเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล
(ในกรณีที่ชื่อ - นามสกุล
ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน)
เป็นต้น จำนวน 1 ฉบับ
(6)
หนังสือแจ้งผลการสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.) ของ
ก.พ.ระดับปริญญาตรี
ฉบับจริงมาแสดง
พร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ
4.4
หลักฐานที่ต้องยื่นในวันสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
(ภาค ค.)
ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน
1 เดือน
และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎ
ก.พ. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2535
ซึ่งได้แก่
- โรคเรื้อนในระยะติดต่อ
หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- วัณโรคในระยะอันตราย
-
โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- โรคติดยาเสพติด
- โรคพิษสุราเรื้อรัง
สำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า
สำเนาถูกต้อง
ลงชื่อและวันที่กำกับไว้มุมบนด้านขวาทุกหน้าของสำเนาเอกสาร
5. เงื่อนไขในการสมัครสอบ
5.1
ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครสอบในข้อ
3.2
โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ
ภายในวันปิดรับสมัครสอบ
คือวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ทั้งนี้
การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาของสถานศึกษาใด
จะถือตามกฎหมาย
กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
5.2
ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า
เป็นผู้มีคุณสมบัติ
ตรงตามประกาศรับสมัคร
และต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ
ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง
ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร
หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานคุณวุฒิ
ซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
(วช.)
จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้นและจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
6.
การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
วัน เวลา สถานที่สอบ
และระเบียบเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
(วช.)
จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
วัน เวลา สถานที่สอบ
และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2552 ณ
ส่วนการเจ้าหน้าที่
สำนักอำนวยการกลาง ชั้น 1
อาคารตึก 5 ชั้น
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
และที่ www.nrct.go.th
7. หลักสูตรและวิธีการสอบ
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน
มี 2 ภาค ดังนี้
7.1
ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
(ภาค ข.) (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
ทดสอบความรู้ความสามารถและทักษะภาษาอังกฤษด้านการอ่านและการเขียนดังต่อไปนี้
โดยวิธีสอบข้อเขียน
1. ทดสอบทักษะด้านการอ่าน
เช่น การแปล การเดา
ความหมายจากบริบท (context)
การจับใจความสำคัญ
การวิเคราะห์และการตีความ
เป็นต้น
2. ทดสอบทักษะด้านการเขียน
เช่น การเขียนจดหมาย
หรือการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ
เป็นต้น
7.2
ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
(ภาค ค.) (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว
ประวัติการศึกษา
ประวัติการทำงาน
จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ
และจากการสัมภาษณ์
ทั้งนี้
อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง
ๆ เช่น
ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่
ความสามารถ ประสบการณ์
ท่วงทีวาจา อุปนิสัย
อารมณ์ ทัศนคติ
จรรยาบรรณของข้าราชการ
พลเรือน คุณธรรม จริยธรรม
การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน
รวมทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ปฏิภาณ ไหวพริบ
และบุคลิกภาพอื่น เป็นต้น
และรวมถึงสมรรถนะหลัก
สมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่ง
ทั้งนี้
จะทดสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งก่อน
และเมื่อสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งแล้ว
จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
8. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้
ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาคไม่ตํ่ากว่า
ร้อยละ 60
9.
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
9.1
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
ให้เรียงลำดับที่จากผู้ได้คะแนนรวมสูงสุดลงมาตามลำดับ
ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน
ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งเท่ากัน
ให้ผู้ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
9.2
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน
2 ปี
นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี
แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีก
และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว
บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก
10. การบรรจุและแต่งตั้ง
10.1
ผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิตามอัตราที่
ก.พ. กำหนด
ตามที่ระบุไว้ในข้อ 1.3 10.2
ในการสอบแข่งขันครั้งนี้
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
(วช.)
ไม่ประสงค์จะรับโอนผู้สอบ
แข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐทุกประเภท
ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
11.
การนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่น
กรณีที่ส่วนราชการอื่นมีตำแหน่งว่างในตำแหน่งประเภทวิชาการ
ระดับปฏิบัติการ
ซึ่งต้องการบุคคลที่มีวุฒิการศึกษาอย่างเดียวกัน
และมีความรู้ ความสามารถ
ทักษะและสมรรถนะที่เหมือนหรือใกล้เคียงกันกับตำแหน่งที่ได้มีการสอบแข่งขันและขึ้นบัญชีไว้
ส่วนราชการที่มีตำแหน่งว่างสามารถนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งที่สอบครั้งนี้ไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นได้
การนำรายชื่อไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นนี้
ให้ถือว่าเป็นการสอบครั้งเดียวกันกับการสอบครั้งนี้
โดยผู้สอบแข่งขันได้มีสิทธิที่จะรับการบรรจุได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น |
คุณสมบัติผู้สมัครงาน  |
|
วิธีสมัครงาน  |
|
ติดต่อ  |
196 ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร
กรุงเทพฯ 10900 http://nrct.go.th |
สถานที่ทำงาน  |
ตำแหน่งงานอื่น ๆ |
ตำแหน่งงาน |
รับสมัครโดย |
|
 
คำค้นยอดนิยม งานรัฐวิสาหกิจ.net
|
|
Copyright © 2012 http://www.งานรัฐวิสาหกิจ.net/
|