|
# |
ผู้สนับสนุน |
จำนวนที่รับ |
|
1
|
-ทำงานอยู่ที่บ้าน
|
30
|
|
2
|
-ไม่กระทบงานประจำ ไม่จำกัดวุฒิ ใช้เวลา2-3ชม/วันรายได้5000-30000บาท/เดือน
|
20
|
อัพเดทข้อมูล หางาน สมัครงาน ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่นี่ที่เดียว กรุณากรอก E-mail ของท่าน
ช่องกรอกชื่อ
ช่องกรอกอีเมล
กรมประชาสัมพันธ์ รับนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน |
ตำแหน่งงาน   |
|
รับสมัครโดย  |
|
รายละเอียดงาน  |
ด้วย กรมประชาสัมพันธ์
จะดาเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ
ในตาแหน่งนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน
ฉะนั้น
อาศัยอานาจตามความในมาตรา
53 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 และหนังสือสานักงาน
ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่ 11
ธันวาคม 2551 เรื่อง
หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
จึงประกาศ
รับสมัครสอบแข่งขันดังรายละเอียดต่อไปนี้
1.
ตาแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้งและเงินเดือนที่จะได้รับ
ตาแหน่ง
นายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน
เงินเดือน 7,100 บาท
หรือตามที่ ก.พ. กาหนด
ตาแหน่งว่างครั้งแรก
จานวน 9 อัตรา
ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ดังนี้
1.
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยอาเภอตะกั่วป่า
จังหวัดพังงา
สานักประชาสัมพันธ์เขต 5
2. งานห้องเทปโทรทัศน์ -
เครื่องฉาย
ฝ่ายช่างเทคนิค
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต
สานักประชาสัมพันธ์เขต 5
3.
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี
สานักประชาสัมพันธ์เขต 8
4.
ส่วนพัฒนาบุคลากรการประชาสัมพันธ์
สานักพัฒนาการประชาสัมพันธ์
กรุงเทพฯ
5.
สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์
6.
สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต
7.
สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน
8.
สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง
9.
สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา
หมายเหตุ
ตาแหน่งดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง
ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) สารวจ
วางแผนการปฏิบัติงานเทคนิค
ประมาณการ
เขียนแบบทางไฟฟ้าติดตั้ง
ซ่อม ประดิษฐ์ ดัดแปลง
ปรับปรุง ควบคุมการใช้งาน
ดูแล บารุงรักษา
และใช้งานเครื่องมือ
อุปกรณ์
เครื่องจักรกลไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้า
ระบบเครื่องปรับอากาศ
ระบบไฟฟ้าสื่อสารและโทรคมนาคม
ระบบสารสนเทศ
ระบบควบคุมอัตโนมัติ
ระบบอิเล็กทรอนิกส์
ระบบคอมพิวเตอร์
รับส่งข้อมูลข่าวสาร
ในภารกิจที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพตอบสนองความต้องการของหน่วยงานภายในและภายนอก
(2) จัดทาทะเบียน รวบรวม
และเก็บข้อมูลทางสถิติของการใช้งาน
เพื่อการวางแผนบารุงรักษา
(3)
การใช้เครื่องมือโสตทัศนูปกรณ์
สามารถใช้ระบบภาพและระบบเสียง
2. ด้านการบริการ
(1) ให้คาแนะนา ตอบปัญหา
แก้ไขปัญหา
ให้แก่ผู้ใช้งานและผู้รับบริการ
ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน
เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
(2) ประสาน
แลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลต่าง
ๆ
ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน
เพื่อประกอบการปฏิบัติงานได้อย่างครอบคลุม
และมีประสิทธิภาพ
(3)
ต้องปฏิบัติงานทั้งในและนอกเวลาราชการ
รวมทั้งการไปปฏิบัติงานที่ต่างจังหวัดได้
3.
คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
3.1
ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา
36
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2)
มีอายุไม่ต่ากว่าสิบแปดปี
(3)
เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1)
เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ
คนเสมือนไร้ความสามารถ
คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
ไม่สมประกอบ
หรือเป็นโรคตามที่กาหนดในกฎ
ก.พ.
(3)
เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ
ไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(4)
เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5)
เป็นกรรมการหรือผู้ดารงตาแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7)
เป็นผู้เคยต้องรับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุกเพราะกระทาความผิดทางอาญา
เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิดที่ได้กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(8)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก
ปลดออก
หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(9)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก
หรือปลดออก
เพราะกระทาผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
หรือตามกฎหมายอื่น
(10)
เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก
เพราะกระทาผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(11)
เป็นผู้เคยกระทาการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ
หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน
ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม
ข. (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ.
อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้
แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม
(8) หรือ (9)
ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว
และในกรณีมีลักษณะต้องห้าม
ตาม (10)
ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว
และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
สาหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา
36 ข. (1)
ให้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้แต่จะมีสิทธิได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองแล้ว
สาหรับพระภิกษุหรือสามเณร
กรมประชาสัมพันธ์ไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
ทั้งนี้
ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีผ่ายบริหาร
ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27
มิถุนายน 2501
และตามความในข้อ 5
ของคาสั่งมหาเถรสมาคม
ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538
3.2
ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่ง
ดังนี้
ตาแหน่งนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน
เป็นผู้ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน
ในสาขาวิชาไฟฟ้ากาลัง
สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์
สาขาวิชาเทคโนโลยีโทรคมนาคม
หรือสาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.)
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
ของ ก.พ.
4. การรับสมัครสอบ
4.1 วัน เวลา
และสถานที่รับสมัครสอบ
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ
สมัครได้ทางอินเตอร์เน็ต
ตั้งแต่วันที่ 1 - 23 ธันวาคม
2552 ตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่เว้นวันหยุดราชการตามขั้นตอน
ดังนี้
(1) เปิดเว็บไซต์ http://www.prd.go.th
หัวข้อ ข่าวรับสมัครงาน
หรือที่ http://job1.prd.go.th
(2)
กรอกข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน
ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กาหนด
ระบบจะกาหนดแบบฟอร์มการชาระเงินผ่านเคาน์เตอร์
บมจ.ธนาคารกรุงไทย
ให้โดยอัตโนมัติ
(3)
พิมพ์แบบฟอร์มการชาระเงินลงในกระดาษขนาด
A4 จานวน 1 แผ่น
หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้น
ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ
File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล
เช่น Diskette เป็นต้น
ในกรณีไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชาระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้
ผู้สมัครสามารถเข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชาระเงิน
หรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก
แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้
(4)
นาแบบฟอร์มการชาระเงินไปชาระเงินเฉพาะที่เคาน์เตอร์
บมจ.ธนาคารกรุงไทย
ทุกสาขาทั่วประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 1 - 24 ธันวาคม
2552
ภายในเวลาทาการของธนาคาร
การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์
เมื่อชาระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว
4.2
ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
จานวน 230 บาท
ซึ่งประกอบด้วย
(1) ค่าธรรมเนียมสอบ จานวน 200
บาท
(2)
ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเตอร์เน็ต
จานวน 30 บาท
ค่าธรรมเนียมจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใด
ๆ ทั้งสิ้น
4.3
ผู้สมัครที่ชาระค่าธรรมเนียมสอบแล้ว
จะได้รับเลขประจาตัวสอบ
โดยจะกาหนดเลขประจาตัวสอบ
ตามลาดับของการชาระค่าธรรมเนียมสอบ
5. เงื่อนไขการสมัครสอบ
5.1
ผู้สมัครสอบสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
5.2
การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น
ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อ
และรับรองความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. 2544 ดังนั้น
หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ
อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 137
5.3
ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า
เป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบ
และต้องกรอกรายละเอียดต่าง
ๆ
ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง
ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร
หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานคุณวุฒิ
ซึ่งผู้สมัครสอบนามายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ
กรมประชาสัมพันธ์
จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น
และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
6.
การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
วัน เวลา สถานที่สอบ
และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
กรมประชาสัมพันธ์
จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
วัน เวลา สถานที่สอบ
และระเบียบเกี่ยวกับการสอบในวันที่
6 มกราคม 2553 ณ
อาคารกรมประชาสัมพันธ์
ชั้นล่าง และทางเว็บไซต์
http://www.prd.go.th หัวข้อ
ข่าวรับสมัครงาน
การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
วัน เวลา สถานที่สอบ
และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
7.
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน
แบ่งออกเป็น 2 ภาค ดังนี้
ก.
ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตาแหน่ง
(ภาค ข) (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
ทดสอบความรู้ความสามารถโดยวิธีการสอบข้อเขียน
ในเรื่องดังต่อไปนี้
ความรู้พื้นฐานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
วงจรไฟฟ้าและเครื่องมือวัด
การออกแบบระบบไฟฟ้า
การวิเคราะห์วงจรไฟฟ้า
การส่องสว่าง
การป้องกันระบบไฟฟ้ากาลัง
ความรู้พื้นฐานระบบเสียงและระบบภาพ
เทคนิคเครื่องรับส่งวิทยุ
- โทรทัศน์
ระบบสื่อสารด้วยระบบเส้นใยนาแสง
ดาวเทียม ไมโครเวฟ
ระบบสายส่ง
และระบบสายอากาศ
การกระจายเสียงและภาพ CCTV,
CATV, MATV และระบบสตูดิโอ
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
เทคโนโลยีระบบอินเตอร์เน็ต
อุปกรณ์และระบบมัลติมีเดีย
เทคโนโลยีสารสนเทศ
ดิจิตอลวีดิโอ
ข.
ภาคความเหมาะสมกับตาแหน่ง
(ภาค ค) (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตาแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว
ประวัติการศึกษา
ประวัติการทางาน
จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์
ทั้งนี้
อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง
ๆ เช่น
ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่
ความสามารถ ประสบการณ์
ท่วงทีวาจา อุปนิสัย
อารมณ์ ทัศนคติ
จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน
คุณธรรม จริยธรรม
การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน
รวมทั้งสังคม
และสิ่งแวดล้อม
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ปฏิภาณ ไหวพริบ
และบุคลิกภาพอย่างอื่น
เป็นต้น
และรวมถึงสมรรถนะหลัก
สมรรถนะที่จาเป็นของตาแหน่ง
ทั้งนี้
จะทดสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตาแหน่ง
(ภาค ข) ก่อน
และเมื่อสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตาแหน่ง
(ภาค ข.) แล้ว
จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตาแหน่ง
(ภาค ค) ต่อไป
8.
หลักฐานที่ต้องยื่นในวันสอบภาคความเหมาะสมกับตาแหน่ง
(ภาค ค)
8.1
ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเตอร์เน็ต
ให้ติดรูปถ่ายหน้าตรง
ไม่สวมหมวก
และไม่สวมแว่นตาดา
ถ่ายไม่เกิน 1 ปี ขนาด 1 x 1.5
นิ้ว
ลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน
8.2 สาเนาประกาศนียบัตร และ
ระเบียนแสดงผลการเรียน
ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตาแหน่งที่สมัครสอบ
จานวน 1 ฉบับ ทั้งนี้
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นประกาศนียบัตรของสถานศึกษาใดนั้น
จะถือตามกฎหมาย กฎ
หรือระเบียบเกี่ยวกับการสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นๆ
เป็นเกณฑ์
โดยจะต้องสาเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอานาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบ
คือ วันที่ 23 ธันวาคม 2552
8.3
สาเนาบัตรประจาตัวประชาชน
และสาเนาทะเบียนบ้าน
จานวน 1 ฉบับ
8.4 สาเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น
ใบสาคัญการสมรส
ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล
(ในกรณีที่ชื่อ-นามสกุล
ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน)
เป็นต้น อย่างละ 1 ฉบับ
8.5
สาเนาหนังสือรับรองผลการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.) ของ ก.พ.
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
จานวน 1 ฉบับ
8.6
ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน
1 เดือน
และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎ
ก.พ. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2535
ซึ่งได้แก่
- โรคเรื้อนในระยะติดต่อ
หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- วัณโรคในระยะอันตราย
-
โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- โรคติดยาเสพติด
- โรคพิษสุราเรื้อรัง
สาเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคารับรองว่า
สาเนาถูกต้อง ลงชื่อ
วันที่
และระบุเลขประจาตัวสอบกากับไว้มุมบนด้านขวาทุกหน้าของสาเนาเอกสาร
9. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้
ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาค
ไม่ต่ากว่าร้อยละ 60
10.
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
จะเรียงลาดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงลงมาตามลาดับ
ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน
ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตาแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลาดับที่สูงกว่า
ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตาแหน่งเท่ากัน
ให้ผู้ได้รับเลขประจาตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลาดับที่สูงกว่า
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน
2 ปี
นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี
แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีกและได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว
บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก
11. การบรรจุและแต่งตั้ง
-
ผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลาดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กาหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งนั้น
-
กรมประชาสัมพันธ์ไม่ประสงค์จะรับโอนผู้สอบแข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการ
หรือพนักงานทุกประเภทของรัฐ |
คุณสมบัติผู้สมัครงาน  |
|
วิธีสมัครงาน  |
|
ติดต่อ  |
9 ซอยอารีย์สัมพันธ์
ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ 10400 http://job1.prd.go.th |
สถานที่ทำงาน  |
ตำแหน่งงานอื่น ๆ |
ตำแหน่งงาน |
รับสมัครโดย |
|
 
คำค้นยอดนิยม งานรัฐวิสาหกิจ.net
|
|
Copyright © 2012 http://www.งานรัฐวิสาหกิจ.net/
|